ควรขับรถอย่างไรในหน้าฝน ตอนที่ 3 ใช้ไฟสัญญาณไฟให้ถูกวิธี

ขับรถขณะฝนตก

ขับรถขณะฝนตก

ควรขับรถอย่างไรในหน้าฝน ตอนที่ 3 ใช้ไฟสัญญาณไฟให้ถูกวิธี

เห็นมีหลายคนชอบเปิดไฟกระพริบเวลาวิ่งฝ่าสายฝนที่ตกหนัก สงสัยว่าจะกลัวคนอื่นมองไม่เห็นรถของตน ทั้งที่แสงจากไฟหรี่ก็พอที่จะทำให้รถคันอื่นมองเห็นได้แล้ว เป็นเพราะว่ายังเข้าใจกันผิด ๆ ว่าไฟกระพริบหรือไฟฉุกเฉิน มันมีไว้เพื่อให้รถคันอื่นมองเห็นรถเราชัดเจนขึ้นเวลาฝนตกหนัก ๆ จริง ๆ แล้วแม้ว่ามันจะทำให้มองเห็นได้ง่ายขึ้นก็ตาม แต่ในเวลาเดียวกันมันก็สร้างความเข้าใจผิดให้กับคันอื่น ๆ ได้เช่นกัน จริง ๆ แล้ว รถที่จะเปิดไฟกระพริบหรือไฟฉุกเฉินได้นั้นควรจะต้องเป็นรถที่จอดเสียหรือเกิดอุบัติเหตุหรือต้องการจอดเข้าข้างทางเท่านั้น

  1. ความเข้าใจผิดอย่างแรกที่เกิดขึ้นก็คือ การทำให้เกิดความสับสนระหว่างรถจอดกับรถที่ยังวิ่งอยู่ โดยทั่วไปยึดถือมาตรฐานว่าเมื่อรถจอดเสียอยู่ข้างทางหรือเกิดอุบัติเหตุขึ้นต้องเปิดสัญญาณไฟฉุกเฉิน ไว้ให้รถคันอื่นที่กำลังวิ่งมาสังเกตเห็นได้ถนัด แต่พอมีรถที่วิ่งฝ่าฝนอยู่ข้างหน้าเปิดไฟฉุกเฉินติด ๆ กันหลายคันก็ทำให้เกิดความชินตา และเมื่อต้องมาเจอกับรถที่จอดเสียอยู่จริง ๆ ก็ไม่สามารถแยกแยะออกได้ว่าเป็นรถที่จอดอยู่หรือรถที่วิ่งอยู่ และถ้าหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับรถที่จอดเสียแล้วเปิดไฟฉุกเฉินไว้มันก็เป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมสำหรับคนที่ทำถูกต้องใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องมาช่วยกันสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องกันดีกว่าครับ เพื่อที่จะได้ไม่ใช้ไฟฉุกเฉินกันอย่างผิด ๆ อีก
  2. เกิดความชะล่าใจขึ้นกับตัวผู้ขับขี่เอง เมื่อต้องขับขี่ท่ามกลางสายฝนที่ตกหนักแล้วเปิดไฟฉุกเฉินไว้ก็จะทำให้รู้สึกมั่นใจว่าตนเองปลอดภัยมากขึ้นเพราะคนอื่นมองเห็น จึงทำให้ขับด้วยความระมัดระวังที่น้อยลงและเพิ่มความเร็วขึ้นกว่าตอนที่ไม่ได้เปิดไฟฉุกเฉิน และถ้าเป็นแบบนี้กันหลาย ๆ คัน ย่อมมีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุสูงขึ้นเป็นธรรมดา สังเกตได้จากเมื่อเวลาฝนตกหนักรถที่ไม่ได้เปิดไฟฉุกเฉินจะวิ่งช้า ๆ อย่างปลอดภัยอยู่ในเลนซ้ายหรือไม่ก็เลนกลางเป็นส่วนใหญ่ ส่วนรถที่เปิดไฟฉุกเฉินจะวิ่งด้วยความเร็วที่มากกว่าระดับปลอดภัย และวิ่งเลนขวาและยังเปลี่ยนเลนไปมา ไม่วิ่งตาม ๆ กันไปอีกด้วย
  3. เกิดความเข้าใจสับสนกับไฟเลี้ยว หากมีรถข้างหน้าบังรถอีกคันหนึ่งที่อยู่หน้าสุดแล้วคันนั้นเปิดไฟฉุกเฉินไว้ เราอาจมองเห็นรถคันที่เปิดไฟฉุกเฉินเพียงมุมเดียวแล้วเข้าใจผิดคิดไปว่าเป็นสัญญาณไฟเลี้ยวได้ การเข้าใจผิดหรือสับสนในสัญญาณไฟจากรถคันอื่นทำให้เราเสียสมาธิในการขับขี่ ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายได้ ยิ่งถ้าหากมีรถที่เปิดไฟฉุกเฉินหลาย ๆ คันมาขับอยู่ใกล้ ๆ กัน บางคันเปิดเป็นไฟกระพริบ บางคันเปิดเป็นไฟเลี้ยว ก็ยิ่งยากต่อการแยกแยะ ความปลอดภัยในการขับขี่ก็จะน้อยลง

เมื่อฝนตกหนักควรเปิดไฟหน้าแบบต่ำเพื่อให้คันข้างหน้ามองเห็นเราชัดเจนในระยะที่พอเหมาะได้ดีกว่าไฟหรี่ ไม่ควรเปิดไฟสูงเพราะแสงไฟจะสะท้อนกับสายฝนมาเข้าตาคนขับทำให้มองเห็นได้ไม่ไกล เก็บไฟเลี้ยวไว้เปิดตอนที่จะเปลี่ยนเลนเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องเปิดไฟฉุกเฉินเพื่อให้คนอื่นมองเห็น จำให้ขึ้นใจว่าไฟฉุกเฉินมีไว้ใช้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินหรือจอดเสียอยู่ข้างทางเท่านั้น และเมื่อฝนตกหนักควรจะต้องขับด้วยความระมัดระวังที่มากขึ้น มือทั้งสองข้างจะต้องจับพวงมาลัยให้แน่น เพราะอาจเจอกับอาการเหินน้ำได้ทุกเมื่อ และการเบรกแรง ๆ ก็มีโอกาสทำให้ล้อล็อคได้เสมอ และถ้าเป็นไปได้หากฝนตกหนักมากจนแทบมองไม่เห็นทางข้างหน้าก็หาที่จอดที่ปลอดภัยแล้วรอให้ฝนซาเสียก่อนและค่อยเดินทางต่อดีกว่าครับ เพื่อความปลอดภัย

 

สามารถเข้ามาอ่าน   ถุงลมนิรภัยคืออะไร และมันอยู่ตรงไหนของรถยนต์