ควรขับรถอย่างไรในหน้าฝน ตอนที่ 1

บทความรถยนต์
เทคนิคการขับรถหน้าฝน

การขับรถท่ามกลางสายฝน อันตรายกว่าที่คิด

ก่อนเข้าสู่ฤดูฝนที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่นานนี้ สิ่งที่เราจะต้องตรวจตรากันเป็นพิเศษเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่รถยนต์นั่นก็คือ ยางรถยนต์ นั่นเอง ถ้าพบว่าเป็นยางรถยนต์ที่ใช้มานานแล้วก็ควรจะต้องตรวจสอบความลึกของร่องยาง เพราะมีผลต่อการรีดน้ำของหน้ายางและผิวสัมผัสกับพื้นถนน สังเกตดูจากสะพานยางในร่องยางจะมีลักษณะเป็นสันนูน ๆ พาดระหว่างดอกยางเป็นช่วง ๆ

หากดอกยางลดลงจนเสมอกับสะพานยางแล้วละก็ ยางเส้นนั้นก็แทบจะไม่เหลือประสิทธิภาพในการรีดน้ำแล้วครับ หากกะระยะดังกล่าวไม่ถูกก็ใช้ไม้บรรทัดวัดความลึกของร่องยางเอาก็ได้ ความลึกที่เหลืออยู่ควรลึกกว่า 1.5 – 2 มม. เพราะว่าน้ำที่ถูกรีดออกจากหน้ายางจะผ่านมาทางร่องดอกยากแล้วถูกรีดออกทางด้านข้างของยาง แต่ไม่ใช่ว่ายางที่เพิ่งเปลี่ยนมาใหม่ ๆ ดอกเต็ม ๆ จะสามารถขับตะบึงลุยน้ำได้ตามใจนะครับ ก็ต้องระวังเช่นกัน เพราะถนนที่เปียกฝนย่อมทำให้ยางรถยนต์เกาะถนนได้น้อยกว่าถนนแห้ง ๆ อยู่แล้ว และเราก็ไม่รู้ว่าในแอ่งน้ำข้างหน้ามีความลึกหรือหลุมบ่อใหญ่แค่ไหน ดังนั้นก็ต้องขับระวัง ๆ กันหน่อยนะครับ

น้ำที่ท่วมขังอยู่บนพื้นผิวถนนมีแรงต้านทางต่อการกดของหน้าสัมผัสของยางรถยนต์ ดังนั้น ยิ่งขับรถมาด้วยความเร็วเท่าไหร่เมื่อมาถึงบริเวณที่มีน้ำขังอยู่ก็จะเกิดอาการเหินน้ำได้ ไม่ว่าผู้ผลิตยางรถยนต์จะโฆษณาสรรพคุณว่าดอกยางของคุณรีดน้ำได้ดีแค่ไหนก็ไม่สามารถรอดพ้นการเหินน้ำไปได้ การเหินน้ำที่ว่าก็คือ การที่รถวิ่งมาด้วยความเร็วสูงแล้วเจอกับสภาพผิวการจราจรที่มีน้ำท่วมขังอยู่ หน้าสัมผัสของดอกยางจะลอยอยู่เหนือน้ำไม่แตะกับพื้นถนน แม้ว่าน้ำหนักของตัวรถที่มากจะคอยกดให้ยางสัมผัสกับพื้นถนนอยู่เสมอก็ตาม แต่เมื่อมีน้ำมาแทรกอยู่ตรงกลางระหว่างพื้นถนนกับยาง ประสิทธิภาพในการเกาะถนนก็ลดลงไปด้วยเช่นกัน ทำให้เกิดอาการเซนิด ๆ จนถึงบางครั้งอาจเสียการทรงตัวจนบังคับควบคุมทิศทางไม่ได้

ถนนลื่นจากการที่น้ำฝนที่เพิ่งตกลงมาใหม่ ๆ แล้วมาผสมกับฝุ่นบนผิวถนนก็จะทำให้ลื่นมาก แต่เมื่อฝนตกมาสักพักก็จะทำให้ฝุ่นที่ละลายถูกชะล้างออกไปจนหมด แต่ก็ยังมีปัญหาจากน้ำขังต่อเนื่องมาได้อีก ยิ่งสภาพท้องถนนในบ้านเราที่ไม่ค่อยจะราบเรียบด้วยแล้ว เมื่อฝนตกลงมาหนัก ๆ บางช่วงบางตอนก็อาจมีน้ำขัง โดยที่เราคาดการณ์ล่วงหน้าไม่ได้ บางทีเราขับรถมาด้วยความเร็วที่เหมาะสมกับการขับขี่ในเวลาฝนตกแล้ว แต่เมื่อเจอกับบริเวณที่มีน้ำท่วมขังโดยไม่ทันตั้งตัว รถก็เกิดอาการเหินน้ำ และถ้าหากว่าไม่ได้จับพวงมาลัยไว้ให้แน่นก็อาจเกิดอาการตกใจจนทำให้ไม่สามารถควบคุมรถได้จนเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้

หรืออ่าน

ควรขับรถอย่างไรในหน้าฝน ตอนที่ 2